วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เรื่องเล่า.....ตำนานกุหลาบ


ตำนานเล่าขานว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้วโดยมีหลักฐานการค้นพบฟอสซิล ของกุหลาบเป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่รัฐโคโลราโด และรัฐโอเรกอน และยังพบเครื่องประดับที่ทำด้วยทองเป็นรูปดอกกุหลาบของชาวสุเมเรียน โดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ (เซอร์เลนเนิร์ด วูลลีย์) จากหลักฐานที่พบลักษณะเป็นกุหลาบป่าที่มีอายุถึง 40 ล้านปี ปัจจุบันกุหลาบป่าได้เปลี่ยนลักษณะไปจากเก่า เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูก และผสมพันธ์ ขยายพันธุ์เป็ฯพันธุ์ต่างๆ มากมาย ตามประวัติประเทศต่างๆ เล่ากันมาว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิ์จีน ในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นประมาณเมื่อ 5000 ปีมาแล้ว ประเทศอียิปต์ก็เช่นกันปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอกประดับและส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน เพราะชาวโรมันเชื่อว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก เป็นของขวัญ และเป็นดอกไม้ที่ร้อยเป็นมาลัยต้อนรับแขกหรือไว้สำหรับพิธีเฉลิมฉลองต่างๆ นอกจากนี้ยังทำเป็นน้ำมันหอมระเหยและส่วนประกอบในการทำขนม ทำไวน์ ฯลฯ

มาถึงยุคสมัยของพระนางโจเซฟิน (Josephine) ปี ค.ศ. 1804 ราชินีของกษัตริย์นโปเลียนที่ 1 แห่งราชวงศ์ฝรั่งเศส พระองค์ทรงคลั่งไคล้ในเสนห์ของกุหลาบเป็นอันมาก ทรงพยายามรวบรวมสายพันธุ์กุหลาบไว้หลากหลายชนิด และทุ่มเงินสร้างสวนกุหลาบที่มาเลซอง (Malmaison) มีสายพันธุ์กุหลาบกว่า 250 สายพันธุ์ นอกจากนี้พระองค์ยังให้จิตรกรวาดภาพกุหลาบในสวนของพระองค์เองเป็นภาพสีน้ำ โดยจิตรกรชื่อปีแยร์ โจเซฟ เรอดูเต (Pierre Joseph Redoute) เชื่อกันว่ากุหลาบในสวนของพระนางโจเซฟิน เป็นบรรพบุรุษของกุหลาบในยุคปัจจุบัน กุหลาบในสมัยนั้นมักจะออกดอกแค่ปีละครั้ง และถาพวาดจิตรกรรมเหล่านั้นได้ถูกนำมาตีพิมพ์เป็นหนังสือกุหลาบ (Les Roses) ซึ่งคำว่ากุหลาบมาจากคำว่า "คุล" ในภาษาเปอร์เซีย แปลว่า "สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ" และเข้าใจว่าเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย เพราะในภาษาฮินดูมีคำว่า "คุล" แปลว่า "ดอกไม้" และคำว่า "คุลาพ" หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเาเรียกกัน แต่ออกเสียงเป็น "กุหลาบ" ส่วนคำว่า "Rose" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก

บทความจากหนังสือกุหลาบราชินีแห่งดอกไม้
โดย อาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล

ตำนานกุหลาบในเมืองไทย



สำหรับกุหลาบที่ปลูกในประเทศไทย ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยไหนแต่พบหลักฐานจากบันทึของ ลา ลูแบร์ (La Loudere) ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และอีกแห่ง ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ปรากฎอยู่มรกาพย์ห่อโคงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้กล่าวไว้ว่า

กุหลาบกลิ่ยเฟื่องฟุ้ง เนื่องนอง
หอมรื่นชื่นชมสอง สังวาส
นึกกระทงใส่พานทอง ก่ำเก้า
หยิบรอจมูกเจ้า บ่ายหน้าเบือนเสีย

แสดงว่ากุหลาบเริ่มเป็นที่สนใจของชาวไทยสมัยอยุธยา นอกจากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 กุหลาบยังเป็นที่นิยมปลูกกันในเหล่าบรรดาข้าราชการ ปลูกเพื่อประดับสวนและตกแต่งอาคารบ้านเรือนให้สวยงาม กุหลาบเป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกกันมาเรื่อยจนถึงสมัยปัจจุบัน ในยุคสมัยนี้ สายพันธ์กุหลาบมีมากมายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ การเรียนรู้ที่ง่ายต่อการขยายสายพันธ์ที่ใครๆ ก็ทำได้ ทำให้กุหลาบมีสายพันธ์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

บทความจากหนังสือกุหลาบราชินีแห่งดอกไม้
โดย อาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สูตรพิฆาตเพลี้ยหอยจากก้นครัว หมายเลข 1



จากความเดิมเมื่อตอนที่แล้วว่าด้วยเรื่อง เพลี้ยหอยบุกกุหลาบในสวนต้องทำอย่างไร ? ด้วยความที่ไม่ชอบใช้ยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และถ้าเป็นไปได้ก็จะไม่ฆ่า ก็เลยพยายามหาวิธีกำจัดเพลี้ยหอยแบบให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด วันนี้ก็เลยลองหาใน google ดู ก็ไปพบสูตรนี้เข้า เห็นแล้วประทับใจมากครับกับความคิดของเจ้าของสูตร โดยเจ้าของสูตรอยู่ที่นี่นะครับ กลุ่ม คนรักต้นไม้

สูตรที่ว่านี้เป็นของก้นครัวตามชื่อจริงๆ ประหยัดเงินและก็ไม่อันตรายต่อสุขภาพเราด้วย เตรียดจดกันนะครับ
  1. น้ำมันพืชประกอบอาหาร 1 ส่วน โดยประมาณ
  2. น้ำจากก๊อกน้ำในครัวอีก 9 ส่วน โดยประมาณ
  3. น้ำยาล้างจานที่วางไว้ข้างอ่างในครัว อีก 1-2 กด
เทคนิคการผสม คือ ใส่ทุกอย่างลงในขวด คน แต่ไม่ เขย่า จนทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำไปฉีดพ่น ประมาณ 2-3 ครั้ง ผ่านไปสองสัปดาห์ เพลี้ยหอยจะตายโดยเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลไปเป็นสีดำ ปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อควารระวังในการใช้สูตรนี้ คือ อย่าฉีดตอนเช้าเดี๋ยวใบไหม้ ให้ฉีดตอนย่ำค่ำนะครับ เจ้าของสูตรเค้าบอกไว้ แล้วเวลาผสมก็เอาแค่พอใช้นะครับ ไม่ต้องผสมเก็บเดี๋ยวสูตรเพี้ยน :)

ปล.สูตรนี้ผมยังไม่ได้ลองนะครับ ตื่นเต้นมากเลยเอาพิมพ์ไว้ก่อน