แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัตรูกุหลาบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัตรูกุหลาบ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กุหลาบรอดตายมาแล้วคร๊าาาบ

ว่าจะถ่ายรูปกุหลาบที่ฟื้นจากเพลี้ยหอยมาให้ดูตั้งนานแล้วไม่สบโอกาสซะที วันนี้ได้โอกาสแล้วตื่นมาแต่เช้ารีบๆๆๆๆ ถ่ายมาให้ดูกันครับ






ใบกุหลาบเริ่มแข็งแรง ก่อนหน้านี้ใบเหลืองร่วงหมดต้นเลยครับ เพราะผสมสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัวเข้มข้นเกินไป








ดอกแรกครับ น่าจะเป็นพันธุ์ไวท์คริสต์มาส










กิ่งเริ่มยาวอวบอัดแล้วครับ ต้นนี้พันธุ์อะไรจำชื่อไม่ได้แล้ว ดอกสีม่วงอมชมพู กลิ่นหอมบางๆ ดอกใหญ่ครับ










กุหลาบเลื้อยครับ แตกกิ่งกระโดงออกมาใหม่แล้ว ใบใหญ่เชียว










เด็ดดอกทิ้งครับ ช่วงพักต้นให้แข็งแรงก่อน









ถ้าปล่อให้ออกดอกตอนนี้ก็จะเป็นลักษณะนี้ครับ อ่อนแอ ดอกเล็กแกรน ไม่สมบูรณ์







die back ครับระวังนะครับ ช่วงนี้จะเป็นเยอะ โดยมากมากับเพลี้ยหอยครับโรคนี้ ต้นนี้ท่าทางจะไม่รอดแล้วหละครับ








ร่องรอยการถูกทำลายจากเจ้าเพลี้ยหอยตัวแสบ ตัวหลุดล่วงไปแล้ว แต่ทิ้งรอยช้ำเป็นจ้ำๆ เอาไว้ให้ดูต่างหน้า

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กุหลาบเริ่มฟื้นแล้วหลังจากสลบไป 2 สัปดาห์


สวัสดีครับ จากความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากที่พ่นสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัวไปประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งแรกๆ ก็ทำให้ใบกุหลาบเหลืองร่วงเต็มไปหมด คิดว่าไม่รอดซะแล้ว ช่วงนั้นงดให้ปุ๋ยให้ยาไปเลยครับเพราะการดูดซึ่มของกุหลาบไม่ดีแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มแตกกิ่งใหม่เยอะแล้วครับ พอมีดอกตูมออกมาก็เด็ดทิ้งไปก่อนรอให้ต้นกุหลาบทรงตัวระยะหนึ่งค่อยปล่อยให้ออกดอกใหม่

วันก่อนคุณปูเป้แวะมาถักทายบอกว่าจริงๆ แล้วแค่ใช้แปรงขัดๆ ตามกิ่งเอาก็พอถ้าไม่อยากให้ใบเหลือง แหม.....บอกช้าไปนิดนะครับ ไว้คราวหน้าแล้วกัน แต่..ก็ไม่อยากให้เป็นอีกแล้วหงะ

อีกโรคที่มักจะมาพร้อมกับเพลี้ยหอย และก็หน้าฝนก็คือ die back ครับ ยังไงถ้าจะตัดแต่งกิ่งกุหลาบกันก็ทำความสะอาดกรรไกรตัดกิ่งกันด้วยนะครับ แล้วพ่นยากันเชื้อรา หรือไม่ก็เอาปูนแดงทาไว้บ้าง

เดี๋ยวเสาร์นี่ถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กุหลาบใบเหลืองจะตายมั๊ยเนี่ย?


จากโพสที่แล้ว ว่าด้วยเรื่อง การกำจัดเพลี้ยหอย หลังจากฉีดน้ำยาสูตรกำจัดเพลี้ยหอยไปเมื่อวันก่อน ผลปรากฎก็ คือ ใบกุหลาบเหลือง และร่วงตามกันเป็นแถวๆ ก็เลยไปหาขอคำปรึกษาจากพี่สมศักดิ์ ที่ร้านไก่ย่างน้อมจิต ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกกุหลาบของผม ก็ได้คำแนะนำมาว่าเป็นธรรมดา เพราะน้ำยาที่เป็น Oil ส่วนใหญ่เมื่อถูกแดดแรงๆ ก็จะทำให้ยิ่งร้อนกว่าปกติ ใบกุหลาบจึงเหลืองและร่วง ทางที่ดีก็คือ เก็บใบที่เหลืองร่วงออกให้หมด แล้วช่วงนี้ให้ดูแลเรื่องการให้น้ำดีๆ อย่าให้มากเกินไปเพราะการดูดซึมของต้นกุหลาบไม่ดี เหมือนเวลาเราป่วยแล้วไม่อยากกินอะไร กุหลาบก็เหมือนกัน ให้น้ำมากรากจะเนาเอาได้ งดปุ๋ยด้วย รอจนต้นฟื้น และแตกกิ่งและใบอ่อนออกมาใหม่ค่อยเริ่มอัดปุ๋ย

แต่อย่างไรก็ตามการที่กุหลาบต้องมาใบร่วงเอาช่วงอากาศร้อนจัดอย่างนี้ไม่เป็นผลดีเลย พี่สมศักดิ์บอกว่า 50/50 อาจรอดหรือตายก็ได้ แต่ก็จำเป็นต้องเสี่ยงเพราะเพลี้ยหอยคือศัตรูกุหลาบตัวร้ายที่นักเลี้ยงกุหลาบกลัวมากที่สุดตัวหนึ่ง ด้วยความที่ระบาดเร็ว และรุ่นแรก แต่สำหรับผู้ที่ปลูกเป็นอาชีพจริงๆ ก็จะรู้ว่ามียาบางตัวที่ป้องกันเพลียหอยได้ ก็จะฉีดพ่นดักไว้ก่อนช่วงที่เพลี้ยหอยจะระบาด ส่วนผมเองก็ยังไม่รู้ว่าชื่อยาอะไรและหาซื้อได้ที่ไหน :)

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เผลอแพลบเดียว กุหลาบจะตายแล้ว


ช่วงนี้วุ่นๆ กับงานประจำก็เลยไม่ค่อยได้เอาใจใส่กุกลาบเท่าที่ควร พอหันมาดูอีกที เพียบเลยครับ ทั้งโรค ทั้งแมลง ซึ่งมีรายนามดังนี้ เพลี้ยหอย ไรแดง เพลี้ยไฟ หนอนเจาะดอก หนอนกินใบ ราดำ ราสนิม ราน้ำค้าง ...คิดว่ายังไม่หมดนะครับ แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว ดันมาพร้อมๆ กันมากขนาดนี้ไม่รู้จะทำไงดี

วันนี้ตั้งใจว่าตอนเย็นจะเล่นงานเพลียหอยก่อน ด้วยสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัว แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง...คิดแล้วเหนื่อย ปล่อยตายเลยดีมั๊ยเนี่ย ?

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หนอนกุหลาบศัตรูตัวร้ายที่คอยกัดกิน


ผีเสื้อที่มาวางไขทิ้งไว้ พอไข่ฟักตัวออกมาเป็นตัวหนอน ตัวหนอนนี่แหละที่จะมาสร้างความเสียหายให้ทั้งใบและดอกกุหลาบ ตัวหนอนจะคอยกัดกินทั้งใบและกลีบดอก เจาะดอกทำให้ใบและดอกของกุหลาบได้รับความเสียหาย

วิธีแก้ไขคือ พ่นยาฆ่าแมลงทั่วไป เช่น ยาไซฮาโลทริน ยาชีวภาพ (แต่สำหรับผมแล้วจะใช้วิธีเด็ดใบที่มีตัวอยู่ไปทิ้ง เพราะว่าปลูกไม่เยอะ และโดยส่วนตัวก็ไม่ชอบใช้ยาฆ่าแมลง)

บทความจากหนังสือกุหลาบราชินีแห่งดอกไม้
โดย อาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เพลี้ยไฟ (Thrips) ศัตรูกุหลาบ

(รูป กลีบดอกกุหลาบที่ถูกเพลี้ยไฟเล่นงานจะมีลักษณะหงิกงอไม่สมบูรณ์)

เพลี้ยไฟ เป็นแมลงตัวเล็กลีบเท่ากับเข็ม ซ่อนอยู่ในกลีบดอกกุหลาบ ตัวแก่จะมีปีกสามารถบินได้ โดยตัวเพลี้ยไฟจะทำความเสียหายให้กลีบดอก ใบอ่อนของกุหลาบที่โดนเพลี้ยไฟจะเป็นจุดเหลือง บิดเบี้ยว ยอดอ่อนหงิกงอ กลีบนอกช้ำเป็นจุด หรือเป็นเส้นด่าง วิธีแก้ไขคือ พ่นด้วยยา อะบาเม็คติน, อิมิดาคลอพริค หรืออาจผสมน้ำตาลทรายหรือน้ำอ้อย 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อล่อให้เพลี้ยไฟออกมากิน แล้วก็พ่นยา แต่การพ่นยาไม่ควรพ่นตอนแดดร้อน


บทความจากหนังสือกุหลาบราชินีแห่งดอกไม้
โดย อาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไรแดง (Spider mite) ศัตรูกุหลาบ


แมลงตัวเล็ก สีส้ม แดง หรือเหลือง จะระบาดตอนอากาศแห้ง ไม่ว่าหนาวหรือร้อน โดยจะแสดงอาการ คือ หน้าใบกุหลาบซีดขุ่น เป็นรอยเหลือง หลังใบมีตัวไรแดงคอยเกาะ และดูดกินน้ำเลี้ยง และในบางครั้งก็ทำรังโดยการชักใยสีขาว

วิธีการแก้ไข คือ ควรพ่นยา อะบาเม็คติน เฮ็กซีไธอะซ๊อก เฟนไฟโรซีเมท หรือควรพ่นน้ำเปล่าเข้าใต้ใบกุหลาบแรงๆ เพื่อจะทำให้ไรแดงหลุดออกจากใต้ใบของกุหลาบ

บทความจากหนังสือกุหลาบราชินีแห่งดอกไม้
โดย อาจารย์เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สูตรพิฆาตเพลี้ยหอยจากก้นครัว หมายเลข 1



จากความเดิมเมื่อตอนที่แล้วว่าด้วยเรื่อง เพลี้ยหอยบุกกุหลาบในสวนต้องทำอย่างไร ? ด้วยความที่ไม่ชอบใช้ยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และถ้าเป็นไปได้ก็จะไม่ฆ่า ก็เลยพยายามหาวิธีกำจัดเพลี้ยหอยแบบให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด วันนี้ก็เลยลองหาใน google ดู ก็ไปพบสูตรนี้เข้า เห็นแล้วประทับใจมากครับกับความคิดของเจ้าของสูตร โดยเจ้าของสูตรอยู่ที่นี่นะครับ กลุ่ม คนรักต้นไม้

สูตรที่ว่านี้เป็นของก้นครัวตามชื่อจริงๆ ประหยัดเงินและก็ไม่อันตรายต่อสุขภาพเราด้วย เตรียดจดกันนะครับ
  1. น้ำมันพืชประกอบอาหาร 1 ส่วน โดยประมาณ
  2. น้ำจากก๊อกน้ำในครัวอีก 9 ส่วน โดยประมาณ
  3. น้ำยาล้างจานที่วางไว้ข้างอ่างในครัว อีก 1-2 กด
เทคนิคการผสม คือ ใส่ทุกอย่างลงในขวด คน แต่ไม่ เขย่า จนทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำไปฉีดพ่น ประมาณ 2-3 ครั้ง ผ่านไปสองสัปดาห์ เพลี้ยหอยจะตายโดยเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลไปเป็นสีดำ ปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อควารระวังในการใช้สูตรนี้ คือ อย่าฉีดตอนเช้าเดี๋ยวใบไหม้ ให้ฉีดตอนย่ำค่ำนะครับ เจ้าของสูตรเค้าบอกไว้ แล้วเวลาผสมก็เอาแค่พอใช้นะครับ ไม่ต้องผสมเก็บเดี๋ยวสูตรเพี้ยน :)

ปล.สูตรนี้ผมยังไม่ได้ลองนะครับ ตื่นเต้นมากเลยเอาพิมพ์ไว้ก่อน

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เพลี้ยหอยบุกกุหลาบในสวนต้องทำอย่างไร?


เพลี้ยหอย (Scale insect ) หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เพลี้ยเกล็ด เป็นแมลงชนิดปากดูดน้ำเลี้ยงพืช โดยเกาะแน่นตามลำต้นและกาบใบกุหลาบ เพลี้ยหอยจะกลั่นสารออกมาทำให้เกิดราดำปกคลุม เป็นอุปสรรค์ต่อการสังเคราะห์แสง ทำให้ต้นกุหลาบชะงักการเจริญเติบโต ทรุดโทรม ใบมีสีเหลือง ช่อดอกสั้น ขนาดดอกเล็กลงอย่างมาก และถ้ามีมาก ๆ กุหลาบอาจเหี่ยวจนถึงตายได้ ของผมเองก็ตายไปแล้วต้นหนึ่ง มักจะระบาดมากในช่วงฤดูแล้ง ในหน้าฝนไม่ค่อยพบการระบาดครับ ถ้าพบเห็นแล้วต้องรีบกำจัดนะครับ ไม่งั้นจะลุกลามไปต้นอื่นอย่างรวดเร็ว เพราะในช่วงแรกเราจะยังไม่เห็นตัวเพลี้ยหอย ถ้าเห็นเมื่อไหร่แสดงว่ามันโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว พร้อมที่จะแพร่พันธ์

ในการกำจัดเท่าที่อ่านเจอก็มีหลายวิธีนะครับ

  1. ยาฆ่ามด เช่น พวกคาร์บาริล หรือ ไดอซินอน จะช่วยไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายของเพลี้ยหอย เพราะมดจะเป็นตัวนำาการแพร่ระบาดของพวกเพลี้ยต่างๆ สังเกตดูถ้าเริ่มมีมดเพลี้ยก็จะตามมาครับ
  2. ถ้ามีการระบาดไม่มากนัก ทำการรูดเพลี้ยหอยออกจากต้นกุหลาบหรือตัดแต่งกิ่งที่ตัวเพลี้ยจับทิ้งแล้วทำลายเสีย ทางที่ดีพ่นยากันไว้ก่อนเลยครับ กันเหนียว เพราะในระยะแรกเราจะยังมองไม่เห็นตัวมันหรอกครับ ส่วนกิ่งหรือใบที่ตัดทิ้งก็ให้เอาใส่ถุงผูกปากไปทิ้งไกลๆ นะครับ หรือจะเผาก็ได้ตามแต่
  3. ใช้ยาป้องกัน ออทุส มาลาไธออนผสม white oil อะเซฟเฟท แลนเนท คลอร์ไพริฟอส(ยากำจัดปลวก)
  4. ตอนนี้ก็กำลังลองใช้น้ำยาล้างจานครับ เพราะเห็นเค้าบอกว่า การกำจัดเพลี้ยห้อยต้องทำให้มันขาดอากาศหายใจ แต่ยังไม่แน่ใจนะครับว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือเปล่า เพราะผมเองไม่ชอบใช้ยาฆ่าแมลง ก็เลยต้องลองดูวิธีนี้ก่อน
ปกติเมื่อเพลี้ยหอยตายแล้วก็จะยังคงเกาะอยู่ที่เดิมนะครับ เพื่อให้มั่นใจ ควรฉีดพ่นยาประมาณ 3 วันติดกันไปเลย สิ่งสำคัญ คือ ควรฉีดพ่นยาให้กับกุหลาบทุกต้นเลยนะครับ ถ้าอยู่ในบริเวณเดียวกัน ไม่งั้นจะเสียใจอย่างผม เพราะตอนแรกเห็นแค่ 2 ต้น ก็ฉีดแค่นั้น พอ 2 ต้นนั้นหาย ต้นอื่นเป็นต่อเลยครับ ตอนนี้ก็กำลังไล่กำจัดใหม่

เกือบลืมเลยครับ ถ้าใครใช้พวกน้ำมันสำหรับฆ่าเพลี้ยหอย บางตัวอาจทำให้ใบกุหลาบล่วงนะครับ ไม่ต้องตกใจ หลังจากเพลี้ยหอยตาย ก็ให้เราฉีดพ่นกระตุ้นการแตกตา เช่น เฟตามีนคอมบี กุหลาบก็จะแตกตาใหม่ใคร รับรองงามกว่าเดิม


วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หนอนและแมลงศัตรูกุหลาบ



เรื่องแมลงศัตรูกุหลาบ ผมเองก็ยังเจอกับตัวเองไม่ครบทุกอย่างนะครับ ที่เอามาโพส ก็ก๊อบปีมาอีกนะครับ ต้องขออนุญาตและขอโทษผู้ที่โพสเป็นท่านแรกไว้ณที่นี้ด้วย

พวกหนอนและแมลงที่จะพบมากกับต้นกุหลาบก็มีดังนี้ครับ

  1. หนอนเจาะดอก เป็นหนอนผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กซึ่งจะวางไข่อยู่ที่กลีบดอกด้านนอก เมื่อไข่ฟักออกเป็นตัวจะกัดกินดอกและอาศัยอยู่ในดอก ระบาดมากช่วงที่กุหลาบให้ดอกดกหรือในช่วงฤดูหนาว ควรป้องกันโดยใช้สารเคมี ประเภทดูดซึม เช่น ดิลดริน ฟอสดริน
  2. หนอนกินใบ เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืน มักวางไข่อยู่ใต้ใบ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนก็จะทำลายใบที่อาศัย บางชนิดทำลายเฉพาะผิวเนื้อใต้ใบทำให้ใบมีลักษณะโปร่งใสมองเห็นได้ชัดเจน สารเคมีที่ใซ้ได้ผลดี เช่น เอนดริน
  3. หนอนเจาะต้น เป็นหนอนของผึ้งบางชนิดและหนอนของแมลงวันบางชนิด อาจจะเป็นหนอนของพวกต่อแตนด้วย หนอนชนิดนี้จะเจาะกินไส้กลาง และบริเวณท่อน้ำของกิ่งหรือต้น ทำให้กิ่งและต้นแห้งตาย ควรป้องกันกำจัดโดยการ ตรวจดูบริเวณรอยต่อระหว่างกิ่งแห้งและกิ่งดี หากพบตัวหนอนก็ทำลายเสียหรือ ป้องกันโดยการตัดแต่งกิ่งตามกำหนด
  4. แมลงปีกแข็ง บางทีเรียกด้วงปีกแข็ง มีทั้งชนิดตัวสีดำและสีน้ำตาลขนาดประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ออกหากินในเวลากลางคืนระหว่าง 1-3 ทุ่ม โดยการกัดกินใบกุหลาบ ส่วนในเวลากลางวันจะซ่อนตัวอยู่ตามกอหญ้า ป้องกัน โดยใช้สารเคมี เช่น คลอเดน หรือ เซพวิน
  5. ผึ้งกัดใบ จะกัดกินใบกุหลาบในช่วงเวลากลางวัน สังเกตได้ที่รอยแผลมักจะเป็นรอยเหมือนถูกเฉือนด้วยมีดคมๆ เป็นรูปโค้งป้องกันได้เช่นเดียวกับแมลงปีกแข็ง
  6. เพลี้ยไฟ เป็นแมลงปากดูด มีสีน้ำตาลดำ ตัวอ่อนสีขาวนวลจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและดอก ทำให้ดอกที่ถูกทำลายไม่บาน ระบาดมากในฤดูร้อน ป้องกันโดยการฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น โตกุไทออน คลอเดนหรือนิโคตินซัลเฟต
  7. เพลี้ยแป้ง เป็นแมลงปากดูดมักเกาะกินตามใบอ่อนหรือง่ามใบ ทำให้ใบหงิกงอ ควรป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีกำจัดแต่ต้องผสมสารเคลือบใบลงไป ด้วยเพราะบนตัวเพลี้ยแป้งจะมีขนปุยสีขาวปกคลุม ซึ่งมีลักษณะเป็นมันจับน้ำ ได้ยาก
  8. เพลี้ยหอย เป็นแมลงปากดูด มักเกาะทำลายโดยดูดน้ำเลี้ยงจากลำต้น จะสังเกตเป็นเป็นจุดสีน้ำตาลอยู่บนกิ่งของกุหลาบ เพลี้ยหอยนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ตัวของมันจะมีเปลือกหุ้มหนาทำให้แมลงซึมเข้าถึงตัวได้ยาก ฉะนั้นวิธีกำจัดที่ได้ผลดีก็คือ ใช้น้ำมันทาหรือฉีดพ่นเคลือบตัวมันไว้ ทำให้เพลี้ยไม่มีทางหายใจ และตายในที่สุด แต่เมื่อเพลี้ยตายแล้วจะไม่หลุดจากลำต้นจะยังติดอยู่ที่เดิม
  9. เพลี้ยอ่อน เป็นแมลงปากดูด ทำลายพืชตรงบริเวณส่วนที่เป็นยอดอ่อนและใบอ่อน ทำให้ใบเหลืองและร่วงหล่น ควรป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมี เช่น ฟอสดริน เอนดริน และพาราไธออน เป็นต้น
  10. แมงมุมแดง เป็นแมงชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่ แมลง ตัวมีขนาดเล็กมากเห็นเพียงจุดสีแดงอยู่ตามใต้ใบ โดยจะเกาะและดูดน้ำเลี้ยงจากใบที่ถูกทำลายนั้น ปรากฎเป็นจุดสีเหลืองซึ่งมองเห็นได้บนหลังใบ สำหรับสารเคมีที่ใช้กำจัดได้ผลคือ เคลเทน
สำหรับผมที่เจอบ่อยๆ ก็จะเป็น หนอนผีเสื้อ โดยมากก็เด็ดใบที่มีตัวหนอนทิ้งครับ แล้วก็เอาฟูราดานใส่โคนต้น(ฝัง) เพลี้ยไฟที่ชอบกินยอดอ่นและดอกตูม ผมเจอช่วงแรกๆ ที่ปลูกครับ หลังๆ ไม่มาอีกเลย เพราะผมจะพ่นยาที่ยอดอ่อนที่แตกใหม่ทุก 3-7 วันครับ ที่เจอแล้วหนักสุดสำหรับผมคือเพลี้ยหอยครับ กำลังหาทางแก้อยู่ ส่วนแมงมุมแดง ผมยังสังเกตอาการไม่เป็นครับ เลยไม่รูว่าตัวเองโดนหรือยัง?