แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพลี้ยหอย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพลี้ยหอย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กุหลาบใบเหลืองจะตายมั๊ยเนี่ย?


จากโพสที่แล้ว ว่าด้วยเรื่อง การกำจัดเพลี้ยหอย หลังจากฉีดน้ำยาสูตรกำจัดเพลี้ยหอยไปเมื่อวันก่อน ผลปรากฎก็ คือ ใบกุหลาบเหลือง และร่วงตามกันเป็นแถวๆ ก็เลยไปหาขอคำปรึกษาจากพี่สมศักดิ์ ที่ร้านไก่ย่างน้อมจิต ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกกุหลาบของผม ก็ได้คำแนะนำมาว่าเป็นธรรมดา เพราะน้ำยาที่เป็น Oil ส่วนใหญ่เมื่อถูกแดดแรงๆ ก็จะทำให้ยิ่งร้อนกว่าปกติ ใบกุหลาบจึงเหลืองและร่วง ทางที่ดีก็คือ เก็บใบที่เหลืองร่วงออกให้หมด แล้วช่วงนี้ให้ดูแลเรื่องการให้น้ำดีๆ อย่าให้มากเกินไปเพราะการดูดซึมของต้นกุหลาบไม่ดี เหมือนเวลาเราป่วยแล้วไม่อยากกินอะไร กุหลาบก็เหมือนกัน ให้น้ำมากรากจะเนาเอาได้ งดปุ๋ยด้วย รอจนต้นฟื้น และแตกกิ่งและใบอ่อนออกมาใหม่ค่อยเริ่มอัดปุ๋ย

แต่อย่างไรก็ตามการที่กุหลาบต้องมาใบร่วงเอาช่วงอากาศร้อนจัดอย่างนี้ไม่เป็นผลดีเลย พี่สมศักดิ์บอกว่า 50/50 อาจรอดหรือตายก็ได้ แต่ก็จำเป็นต้องเสี่ยงเพราะเพลี้ยหอยคือศัตรูกุหลาบตัวร้ายที่นักเลี้ยงกุหลาบกลัวมากที่สุดตัวหนึ่ง ด้วยความที่ระบาดเร็ว และรุ่นแรก แต่สำหรับผู้ที่ปลูกเป็นอาชีพจริงๆ ก็จะรู้ว่ามียาบางตัวที่ป้องกันเพลียหอยได้ ก็จะฉีดพ่นดักไว้ก่อนช่วงที่เพลี้ยหอยจะระบาด ส่วนผมเองก็ยังไม่รู้ว่าชื่อยาอะไรและหาซื้อได้ที่ไหน :)

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เผลอแพลบเดียว กุหลาบจะตายแล้ว


ช่วงนี้วุ่นๆ กับงานประจำก็เลยไม่ค่อยได้เอาใจใส่กุกลาบเท่าที่ควร พอหันมาดูอีกที เพียบเลยครับ ทั้งโรค ทั้งแมลง ซึ่งมีรายนามดังนี้ เพลี้ยหอย ไรแดง เพลี้ยไฟ หนอนเจาะดอก หนอนกินใบ ราดำ ราสนิม ราน้ำค้าง ...คิดว่ายังไม่หมดนะครับ แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว ดันมาพร้อมๆ กันมากขนาดนี้ไม่รู้จะทำไงดี

วันนี้ตั้งใจว่าตอนเย็นจะเล่นงานเพลียหอยก่อน ด้วยสูตรกำจัดเพลี้ยหอยจากก้นครัว แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง...คิดแล้วเหนื่อย ปล่อยตายเลยดีมั๊ยเนี่ย ?

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สูตรพิฆาตเพลี้ยหอยจากก้นครัว หมายเลข 1



จากความเดิมเมื่อตอนที่แล้วว่าด้วยเรื่อง เพลี้ยหอยบุกกุหลาบในสวนต้องทำอย่างไร ? ด้วยความที่ไม่ชอบใช้ยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และถ้าเป็นไปได้ก็จะไม่ฆ่า ก็เลยพยายามหาวิธีกำจัดเพลี้ยหอยแบบให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด วันนี้ก็เลยลองหาใน google ดู ก็ไปพบสูตรนี้เข้า เห็นแล้วประทับใจมากครับกับความคิดของเจ้าของสูตร โดยเจ้าของสูตรอยู่ที่นี่นะครับ กลุ่ม คนรักต้นไม้

สูตรที่ว่านี้เป็นของก้นครัวตามชื่อจริงๆ ประหยัดเงินและก็ไม่อันตรายต่อสุขภาพเราด้วย เตรียดจดกันนะครับ
  1. น้ำมันพืชประกอบอาหาร 1 ส่วน โดยประมาณ
  2. น้ำจากก๊อกน้ำในครัวอีก 9 ส่วน โดยประมาณ
  3. น้ำยาล้างจานที่วางไว้ข้างอ่างในครัว อีก 1-2 กด
เทคนิคการผสม คือ ใส่ทุกอย่างลงในขวด คน แต่ไม่ เขย่า จนทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำไปฉีดพ่น ประมาณ 2-3 ครั้ง ผ่านไปสองสัปดาห์ เพลี้ยหอยจะตายโดยเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลไปเป็นสีดำ ปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ข้อควารระวังในการใช้สูตรนี้ คือ อย่าฉีดตอนเช้าเดี๋ยวใบไหม้ ให้ฉีดตอนย่ำค่ำนะครับ เจ้าของสูตรเค้าบอกไว้ แล้วเวลาผสมก็เอาแค่พอใช้นะครับ ไม่ต้องผสมเก็บเดี๋ยวสูตรเพี้ยน :)

ปล.สูตรนี้ผมยังไม่ได้ลองนะครับ ตื่นเต้นมากเลยเอาพิมพ์ไว้ก่อน

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เพลี้ยหอยบุกกุหลาบในสวนต้องทำอย่างไร?


เพลี้ยหอย (Scale insect ) หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เพลี้ยเกล็ด เป็นแมลงชนิดปากดูดน้ำเลี้ยงพืช โดยเกาะแน่นตามลำต้นและกาบใบกุหลาบ เพลี้ยหอยจะกลั่นสารออกมาทำให้เกิดราดำปกคลุม เป็นอุปสรรค์ต่อการสังเคราะห์แสง ทำให้ต้นกุหลาบชะงักการเจริญเติบโต ทรุดโทรม ใบมีสีเหลือง ช่อดอกสั้น ขนาดดอกเล็กลงอย่างมาก และถ้ามีมาก ๆ กุหลาบอาจเหี่ยวจนถึงตายได้ ของผมเองก็ตายไปแล้วต้นหนึ่ง มักจะระบาดมากในช่วงฤดูแล้ง ในหน้าฝนไม่ค่อยพบการระบาดครับ ถ้าพบเห็นแล้วต้องรีบกำจัดนะครับ ไม่งั้นจะลุกลามไปต้นอื่นอย่างรวดเร็ว เพราะในช่วงแรกเราจะยังไม่เห็นตัวเพลี้ยหอย ถ้าเห็นเมื่อไหร่แสดงว่ามันโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว พร้อมที่จะแพร่พันธ์

ในการกำจัดเท่าที่อ่านเจอก็มีหลายวิธีนะครับ

  1. ยาฆ่ามด เช่น พวกคาร์บาริล หรือ ไดอซินอน จะช่วยไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายของเพลี้ยหอย เพราะมดจะเป็นตัวนำาการแพร่ระบาดของพวกเพลี้ยต่างๆ สังเกตดูถ้าเริ่มมีมดเพลี้ยก็จะตามมาครับ
  2. ถ้ามีการระบาดไม่มากนัก ทำการรูดเพลี้ยหอยออกจากต้นกุหลาบหรือตัดแต่งกิ่งที่ตัวเพลี้ยจับทิ้งแล้วทำลายเสีย ทางที่ดีพ่นยากันไว้ก่อนเลยครับ กันเหนียว เพราะในระยะแรกเราจะยังมองไม่เห็นตัวมันหรอกครับ ส่วนกิ่งหรือใบที่ตัดทิ้งก็ให้เอาใส่ถุงผูกปากไปทิ้งไกลๆ นะครับ หรือจะเผาก็ได้ตามแต่
  3. ใช้ยาป้องกัน ออทุส มาลาไธออนผสม white oil อะเซฟเฟท แลนเนท คลอร์ไพริฟอส(ยากำจัดปลวก)
  4. ตอนนี้ก็กำลังลองใช้น้ำยาล้างจานครับ เพราะเห็นเค้าบอกว่า การกำจัดเพลี้ยห้อยต้องทำให้มันขาดอากาศหายใจ แต่ยังไม่แน่ใจนะครับว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือเปล่า เพราะผมเองไม่ชอบใช้ยาฆ่าแมลง ก็เลยต้องลองดูวิธีนี้ก่อน
ปกติเมื่อเพลี้ยหอยตายแล้วก็จะยังคงเกาะอยู่ที่เดิมนะครับ เพื่อให้มั่นใจ ควรฉีดพ่นยาประมาณ 3 วันติดกันไปเลย สิ่งสำคัญ คือ ควรฉีดพ่นยาให้กับกุหลาบทุกต้นเลยนะครับ ถ้าอยู่ในบริเวณเดียวกัน ไม่งั้นจะเสียใจอย่างผม เพราะตอนแรกเห็นแค่ 2 ต้น ก็ฉีดแค่นั้น พอ 2 ต้นนั้นหาย ต้นอื่นเป็นต่อเลยครับ ตอนนี้ก็กำลังไล่กำจัดใหม่

เกือบลืมเลยครับ ถ้าใครใช้พวกน้ำมันสำหรับฆ่าเพลี้ยหอย บางตัวอาจทำให้ใบกุหลาบล่วงนะครับ ไม่ต้องตกใจ หลังจากเพลี้ยหอยตาย ก็ให้เราฉีดพ่นกระตุ้นการแตกตา เช่น เฟตามีนคอมบี กุหลาบก็จะแตกตาใหม่ใคร รับรองงามกว่าเดิม


วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปลูกกุหลาบอย่างไรให้ดูแลง่าย


วันนี้ตอนเช้าเพิ่งพ่นเฟตามีนคอมบีผสมน้ำยาล้างจานให้น้องกุหลาบไปครับ ด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ ข้อแรกกระตุ้นให้แตกตาใหม่ ๆ เนื่องจากเมื่อวานได้ตัดแต่งกิ่งครั้งใหญ่ไป เพราะตัดดอกออกมาให้แฟนวันวาเลนไทน์ :) ข้อสอง โดนเพลี้ยหอยเล่นงานครับ ปกติต้องใช้น้ำมันอะไรซักอย่างพ่นเพื่อให้เพลี้ยหอยขาดอากาศหายใจตาย แต่ว่าหมด ก็เลยลองน้ำยาล้างจานดูเผื่อเวิร์ก

มาเข้าเรื่องกันครับ โดยปกติแล้วการปลูกกุหลาบก็จะมีอยู่สองทางเลือก คือ ปลูกลงดิน และปลูกลงกระถาง ผมเองก็ลองทำมาแล้วทั้งสองวิธี ข้อยืนยันว่าถ้าเป็นการปลูกเพื่อดูเล่นในสวนแล้วละก็ ปลูกลงกระถางดีกว่าครับ เพราะอะไร ? เพราะ
  1. เนื่องจาก ฤดูเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อุ้ย ! ไม่ใช่ ฤดูเปลี่ยน แดดก็เปลี่ยนทิศ กุหลาบอาจได้รับแสงน้อยเกินไป ซึ่งสำหรับกุหลาบแล้วอย่างน้อยก็น่าจะซัก 6 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ต้นสังเคราะห์แสง ค่าเชื้อโรคเชื้อราที่ผิวดิน และกระตุ้นการแตกตา ดังนั้นการปลูกกุหลาบลงกระถางก็จะช่วยเราได้ในเรื่องนี้
  2. เวลาอาหารในดินหมด หรือดินกลายเป็นดินเหนียวทำให้รากเน่า ก็เปลี่ยนดินได้ง่ายกว่า แต่โดยมากผมจะใช้วิธีเติมครับ คือเลือกดินให้ดีตั้งแต่แรก
  3. การตัดแต่งกิ่งทำได้สะดวกกว่า เพราะเราสามารถหมุ่นกระถางได้ ถ้าเข้าไปตัดแต่งในดงที่ปลูกลงดินก็ต้องมีโดนหนามกุหลาบเกี่ยวกันบ้าง
  4. ย้ายหลบฝนได้ ทำไมต้องย้าย ? เพราะถ้าฝนตกหนัก กุหลาบจะได้น้ำมากเกินไปจนรากเน่าเอาง่าย ๆ
  5. ย้ายหนี้โรคได้ อย่างถ้าเพื่อนเราเป็นหวัด 2009 เราก็เดินหนีมันซะ :) นิสัย กุหลาบก็เหมือนกัน ถ้าต้นใกล้ๆ กันเป็นโรค หรือถูกแมลงกวน เราก็ควรย้ายต้นนั้นไปรักษาที่โรงหม้อให้หายก่อน ฃหรือถ้าเพื่อนๆ เป็นกันเยอะ เราก็ย้ายตัวเองหนีออกมาซะ แต่ก็ควรฉีดยาป้องกันให้ต้นที่ไม่เป็นด้วย เพื่อบางทีอาจเป็นแต่เราไม่เห็นอาการ
  6. เวลาใส่ปุ๋ยใส่ยา ก็กะปริมาณง่าย เพราะพื้นที่ในกระถางมันจำกัด แต่ถ้าปลูกลงดินสำหรับผมคิดว่าเปลืองปุ๋ยกว่า
เอาเป็นว่าเหตุผลใหญ่ๆ สำหรับผมก็มีแค่นี้ (นึกออกแค่นี้) อย่างวันนี้ผมก็ย้ายกระถางหนึ่งออกไปจากเพื่อนๆ เพราะว่าถูกเพลี้ยหอยตัวดีเล่นงาน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ ว่าเพลี้ยหอยตัวดี หน้าตาเป็นอย่างไร แล้วมันทำให้เกิดความเสียหายอะไรบ่้างกับกุหลาบของเรา